สอบถาม ปรึกษา


096-863-9765 , 094-303-8447

------------------------------------------------

ไซโตเทค ยาขับเลือด ยาเหน็บ ยาสอด ยากินทำแท้ง รับรองผล 99% เห็นผล

------------------------------------------------

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559

ยากไหมหากจะทำแท้งด้วยตัวเองโดยการใช้ยา

3

ไม่ยากเลย คุณสามารถใช้ยาไมเฟพริสโตนและ ไมโซโพสตอลเองได้ การใช้ยาทั้งสองตัวนี้ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนมากไปกว่าการใช้ยาอื่นๆ คุณจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการใช้ยา และสิ่งที่จะเกิดขึ้น และคำแนะนำว่าเมื่อไหร่ควรจะไปหาหมอ และถ้าหากว่าคุณมีคำถามใดๆก็ตาม คุณสามารถติดต่อที่สายช่วยเหลือได้ทันที การทำแท้งด้วยยาไม่จำเป็นต้องทำที่โรงพยาบาล หรือคลีนิค 64 ความเสี่ยงในการทำแท้งด้วยยาเทียบเท่ากับความเสี่ยงของการแท้งโดยธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นประมาณร้อยละ 15 ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด การแท้งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาล แต่มักจะเกิดขึ้นที่บ้าน ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้ว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นควรจะทำอย่างไร โดยพวกเธอจะไปโรงพยาบาลในกรณีที่เกิดการตกเลือดอย่างรุนแรง หรือมีไข้ การทำแท้งด้วยยาทำให้เกิดการแท้งเหมือนกับการแท้งโดยธรรมชาติ คุณสามารถใช้ยานี้ได้ด้วยตัวคุณเองที่บ้าน ตราบที่อายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ และสามารถไปถึงสถานพยาบาลได้ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง
คุณ สามารถทำ แท้งอย่างปลอดภัยโดยใช้ไมเฟพริสโตน และ ไมโซพรอสทอล จากบริการของ women on web ซึ่งบริการนี้ช่วยผู้หญิงทั่วโลกให้เช้าถึงบริการทำแท้งด้วยยาอย่างปลอดภัย เพื่อลดการเสียชีวิตและสุขภาพเนื่องจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย กรุณาไปที่เว็บไซต์ http://www.womenonweb.org
โปรดอย่าใช้บริการเว็ปไซต์ชื่อ thaiwomenonweb.org เนื่องจากเป็นเว็ปหลอกลวงแอบอ้าง
ข้อมูลเพิ่มเติมทางการแพทย์ :
ไมเฟพริสโตนและ ไมโซพรอสทอล ไม่ได้ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในสถานพยาบาล การใช้ยาสองตัวนี้ด้วยตัวเองในสามารถทำได้ง่ายๆ ไม่เหมือนกับยาอื่นๆ เช่น อะเดรียมัยซิน หรือ เพนนิซิลินแบบฉีด ซึ่งจำเป็นจะต้องมีหมอดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อเฝ้าระวังปฎิกริยาของร่างกายที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทำให้เสียชีวิตได้ การใช้ยาทั้งสองตัวนี้ด้วยตัวเองไม่ได้มีความซับซ้อน และไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายที่ร้ายแรงที่จะต้องคอยเฝ้าระวังในระหว่างการกิน หรือ หลังกินยาทันที
มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาว่าผู้หญิงสามารถกินไมโซพรอสทอลเองได้ที่บ้านหรือไม่ และผลก็คือ ทำได้ ผู้หญิงสามารถใช้ยาไมโซพรอสทอลเองที่บ้านอย่างปลอดภัย 14 ในการศึกษาเล่านี้ผู้หญิงจะกินไมเฟพริสโตนที่คลินิค และหลังจากนั้นจะรับไมโซพรอสทอลกลับไปใช้ที่บ้าน ไมโซพรอสทอลเป็นยาที่ทำให้เกิดการบีบรัดตัวของมดลูกและขับเลือด ความเสี่ยงนั้นอยู่ที่การใช้ไมโซพรอสทอลมากกว่าการใช้ไมเฟพริสโตน งานวิจัยสรุปว่าผู้หญิงสามารถใช้ไมโซโพรสทอลได้ที่บ้าน จากการวิจัยเหล่านี้เราสรุปว่าผู้หญิงสามารถกินไมเฟพริสโตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่บ้านของตัวเอง
การวิจัยจำนวนมากยังพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถจัดการกับผลข้างเคียงได้ด้วยตัวเอง การวิจัยชิ้นหนึ่งซึ่งได้ศึกษาหญิงอเมริกันนับพันคนเพื่อดูว่า ผู้หญิงที่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ไม่มากนัก จะสามารถใช้ยาไมเฟพริสโตนและ ไมโซพรอสทอลได้อย่างปลอดภัยและประสบความสำเร็จหรือไม่ 7 ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ในกรณีที่เกิดปัญหา ผู้หญิงสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำในการไปพบแพทย์เมื่อเกิดปัญหาได้ นอกจากนี้งานวิจัยยังได้สรุปด้วยว่าผู้หญิงสามารถดูแลเนื้อเยื่อ และเลือดที่ถูกขับออกมา เมื่อกินยาทำแท้งด้วยตัวเองด้วย 7
ในงานศึกษาวิจัยอีกชิ้นหนึ่งซึ่งมีผู้หญิงเข้าร่วมมากกว่าหนึ่งพันคน พบว่าอาจไม่มีความจำเป็นที่ผู้หญิงจะต้องไปพบแพทย์ภายหลังการทำแท้ง การศึกษานี้ได้แสดงให้เห็นว่า การให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการทำแท้งอย่างง่ายๆ และให้คำแนะนำแก่ผู้หญิงว่ามีอาการใดบ้างที่จะต้องกลับมาพบแพทย์นั้น เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการนัดติดตามดูอาการที่คลีนิค และในการนัดตรวจนั้นมักไม่พบอาการข้างเคียงที่ผู้หญิงเองไม่รู้สึกมาก่อน 20 และโดยทั่วไปผู้หญิงจะไปหาหมออยู่แล้ว ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ดังนั้นหากผู้หญิงมีข้อมูลและสามารถไปหาหมอในกรณีฉุกเฉินได้ ผู้หญิงในประเทศพัฒนาแล้ว และ ประเทศที่กำลังพัฒนาต่างก็สามารถจัดการผลข้างเคียงจากการทำแท้งด้วยยาได้ด้วยตนเอง
แพทย์ในสก๊อตแลนด์ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับผู้หญิงที่กินยาเพื่อทำแท้งเองที่บ้าน ดร.กิลเลียน เพนนี นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอะเบอร์ดีน กล่าวว่า ฉันรู้สึกแปลกใจมากที่ผู้หญิงยอมรับการกินยาเพื่อทำแท้งเองที่บ้านได้ ฉันคิดว่าผู้หญิงจะรู้สึกกลัวและอยากอยู่กับเจ้าหน้าที่เพื่อให้ช่วยเหลือตลอดกระบวนการทำแท้งมากกว่าเพื่อความมั่นใจ แต่สำหรับผู้หญิงที่เคยผ่านประสบการณ์นี้แล้วต่างกล่าวว่า พวกเธอสามารถจัดการทุกอย่างด้วยตนเองได้ที่บ้านจริง ๆ ผู้หญิงหลายคนชอบใจที่มีโอกาสเลือกว่าต้องการให้ใครอยู่เป็นเพื่อน และสามารถใช้ห้องน้ำของตัวเองได้ 46 ในบรรดาผู้หญิง 50 คนนี้ ไม่มีใครเลยที่บอกว่าตนเองประสบปัญหาใดๆ The British Pregnancy Advisory Service and the Royal College of Obstetricians and Gynaecologists ยังให้การสนับสนุนการที่ผู้หญิงจะเข้าถึงการทำแท้งด้วยยาเองที่บ้าน

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

อายุครรภ์และข้อควรปฏิบัติต่างๆ

5



อายุครรภ์ไม่ถึง 1 เดือน
สูตรที่ 1 ใช้ยาสอด ยาทำแท้ง จำนวน 4 เม็ด

ปริมาณยา 4 เม็ดเป็นปริมาณยามาตรฐานที่ใช้กันในกรณีตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึง 2 เดือน ไม่ควรใช้มากกว่าหรือน้อยกว่านี้ โดยตัวยาที่ใช้ไม่ว่าจะเป็น Cytotec,Cytolog,Misoprostol tab สามารถใช้ตัวใดก็ได้ซึ่งได้ผลเท่าเทียมกันทุกประการเพราะมันเป็นตัวยาเดียวกันคือ Misoprostol 200 mcg  ไม่ว่าจะใช้ cytotec หรือ cytolog หรือ Misoprostol tab ก็ได้ผลเหมือนกันแตกต่างกันเพียงบริษัทที่ผลิตเท่านั้น
 สูตรที่ 2 ใช้ยาสอด ยาทำแท้ง จำนวน 4 เม็ด + ยากิน ru486 200mg 1 เม็ด
เพิ่มประสิทธิภาพการทำแท้งอย่างสมบูรณ์ถึง 99% โดยการรับประทานยากิน 1 เม็ดขนาด 200mg ควบคู่กับยาสอด cytotec4 เม็ด
ทานยากิน 1 เม็ดก่อนอาหารเช้า(ตอนท้องว่าง) นับไป 36ชั่วโมง สอดยาไซโตเทค 2 เม็ดทางช่องคลอด (สอดให้ลึกที่สุด ดันเม็ดยาให้แน่นที่สุด ตำแหน่งของยาควรอยู่ลึกใต้ปากมดลูก) อีก 12ชั่วโมงสอดยา 2 เม็ดที่เหลือ
อาการข้างเคียงของยา - ไข้ ปวดท้องน้อย คลื่นไส้




อายุครรภ์ 1-2 เดือน
สูตรที่ 1 ใช้ยาสอด ยาทำแท้ง จำนวน 4 เม็ด

ปริมาณยา 4 เม็ดเป็นปริมาณยามาตรฐานที่ใช้กันในอายุครรภ์ 1-2 เดือน ไม่ควรใช้มากกว่าหรือน้อยกว่านี้ โดยตัวยาที่ใช้ไม่ว่าจะเป็น Cytotec,Cytolog,Misoprostol tab สามารถใช้ตัวใดก็ได้ซึ่งได้ผลเท่าเทียมกันทุกประการเพราะมันเป็นตัวยาเดียวกันคือ Misoprostol 200 mcg  ไม่ว่าจะใช้ cytotec หรือ cytolog หรือ Misoprostol tab ก็ได้ผลเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงบริษัทที่ผลิตเท่านั้น
สูตรที่ 2 ใช้ยาสอด ยาทำแท้ง จำนวน 4 เม็ด + ยากิน ru486 200mg 1 เม็ด
เพิ่มประสิทธิภาพการทำแท้งอย่างสมบูรณ์ถึง 99% โดยการรับประทานยากิน 1 เม็ดขนาด 200mg ควบคู่กับยาสอด cytotec4 เม็ด
ทานยากิน 1 เม็ดก่อนอาหารเช้า(ตอนท้องว่าง) นับไป 36ชั่วโมง สอดยาไซโตเทค 2 เม็ดทางช่องคลอด (สอดให้ลึกที่สุด ดันเม็ดยาให้แน่นที่สุด ตำแหน่งของยาควรอยู่ลึกใต้ปากมดลูก) อีก 12ชั่วโมงสอดยา 2 เม็ดที่เหลือ
อาการข้างเคียงของยา - ไข้ ปวดท้องน้อย คลื่นไส้



อายุครรภ์ 2-3 เดือน
ต้องใช้ยาสอด ยาทำแท้ง จำนวน 6 เม็ด

ปริมาณยา 6 เม็ดเป็นปริมาณยามาตรฐานที่ใช้กันในอายุครรภ์ 2-3 เดือน ไม่ควรใช้มากกว่าหรือน้อยกว่านี้ โดยตัวยาที่ใช้ไม่ว่าจะเป็น Cytotec,Cytolog,Misoprostol tab สามารถใช้ตัวใดก็ได้ซึ่งได้ผลเท่าเทียมกันทุกประการเพราะมันเป็นตัวยาเดียวกันคือ Misoprostol 200 mcg  ไม่ว่าจะใช้ cytotec หรือ cytolog หรือ Misoprostol tab ก็ได้ผลเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงบริษัทที่ผลิตเท่านั้น





อายุครรภ์ 3-4 เดือน
ต้องใช้ยาสอด ยาทำแท้ง จำนวน 8 เม็ด

ปริมาณยา 8 เม็ดเป็นปริมาณยามาตรฐานที่ใช้กันในอายุครรภ์ 3-4 เดือน ไม่ควรใช้มากกว่าหรือน้อยกว่านี้ โดยตัวยาที่ใช้ไม่ว่าจะเป็น Cytotec,Cytolog,Misoprostol tab สามารถใช้ตัวใดก็ได้ซึ่งได้ผลเท่าเทียมกันทุกประการเพราะมันเป็นตัวยาเดียวกันคือ Misoprostol 200 mcg  ไม่ว่าจะใช้ cytotec หรือ cytolog หรือ Misoprostol tab ก็ได้ผลเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงบริษัทที่ผลิตเท่านั้น ทั่ว


อายุครรภ์ 4-5 เดือน
ต้องใช้ยาสอด ยาทำแท้ง จำนวน 10 เม็ด

ปริมาณยา 10 เม็ดเป็นปริมาณยามาตรฐานที่ใช้กันในอายุครรภ์ 4-5 เดือน ไม่ควรใช้มากกว่าหรือน้อยกว่านี้ โดยตัวยาที่ใช้ไม่ว่าจะเป็น Cytotec,Cytolog,Misoprostol tab สามารถใช้ตัวใดก็ได้ซึ่งได้ผลเท่าเทียมกันทุกประการเพราะมันเป็นตัวยาเดียวกันคือ Misoprostol 200 ไม่ว่าจะใช้ cytotec หรือ cytolog หรือ Misoprostol tab ก็ได้ผลเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงบริษัทที่ผลิตเท่านั้น






อายุครรภ์ 5-6 เดือน
ต้องใช้ยาสอด ยาทำแท้ง จำนวน 12 เม็ด

ปริมาณยา 12 เม็ดเป็นปริมาณยามาตรฐานที่ใช้กันในอายุครรภ์ 5-6 เดือน ไม่ควรใช้มากกว่าหรือน้อยกว่านี้ โดยตัวยาที่ใช้ไม่ว่าจะเป็น Cytotec,Cytolog,Misoprostol tab สามารถใช้ตัวใดก็ได้ซึ่งได้ผลเท่าเทียมกันทุกประการเพราะมันเป็นตัวยาเดียวกันคือ Misoprostol 200 mcg   ไม่ว่าจะใช้ cytotec หรือ cytolog หรือ Misoprostol tab ก็ได้ผลเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงบริษัทที่ผลิตเท่านั้น



อายุครรภ์ 6-7 เดือน
ต้องใช้ยาสอด ยาทำแท้ง จำนวน 12 เม็ด

ปริมาณยา 12 เม็ดเป็นปริมาณยามาตรฐานที่ใช้กันในอายุครรภ์ 6-7 เดือน ไม่ควรใช้มากกว่าหรือน้อยกว่านี้ โดยตัวยาที่ใช้ไม่ว่าจะเป็น Cytotec,Cytolog,Misoprostol tab สามารถใช้ตัวใดก็ได้ซึ่งได้ผลเท่าเทียมกันทุกประการเพราะมันเป็นตัวยาเดียวกันคือ Misoprostol 200 mcg  ไม่ว่าจะใช้ cytotec หรือ cytolog หรือ Misoprostol tab ก็ได้ผลเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงบริษัทที่ผลิต
ข้อห้ามในการใช้ยายุติการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?
ข้อห้ามการใช้ยายุติการตั้งครรภ์มีดังนี้
1. มีประวัติแพ้ยาMifepristone หรือ Misoprostol
2. เป็นโรคเลือด เลือดจาง (ภาวะซีด)
3. กำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาต้านการทำงานของเกล็ดเลือด
4. การตั้งครรภ์นอกมดลูก
5. การตั้งครรภ์โดยมีห่วงอนามัยอยู่ภายในโพรงมดลูก
6. กำลังเป็นโรคไต หรือโรคตับ
7. มีความผิดปกติทางจิตเวช


ผลข้างเคียงจากการใช้ยายุติการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยายุติการตั้งครรภ์ คือ
1. มีเลือดออกทางช่องคลอดมาก
2. มีไข้
3. คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว/พบ 30% ของผู้ใช้ยา
4. ปวดท้อง ปวดแบบปวดบีบ


ดูแลตนเองอย่างไร เมื่อกินยายุติการตั้งครรภ์?
          หลังกินยายุติการตั้งครรภ์ อาจมีอาการปวดบีบท้อง มีเลือดหรือก้อนเลือดออกจากช่องคลอด ให้งดทำงานหนัก พักผ่อนมากๆ งดมีเพศสัมพันธ์ สังเกตอาการเลือดออกทางช่องคลอด ถ้ามีชิ้นเนื้อคล้ายพุงปลาสันนิษฐานว่าเกิดการแท้ง โดยถ้าเป็นการแท้งครบ เลือดจะออกกะปริด กะปรอย และค่อยๆลดปริมาณลงจนหายไป/ไม่มีเลือดออกอีกในระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยอาจมีอาการปวดหน่วงท้องเล็กน้อยแต่ถ้าหลังมีชิ้นเนื้อออกมา ยังมีเลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็น และ/หรือปวดท้องมาก ควรรีบพบแพทย์ภายใน 1-2 วัน หรือ ฉุกเฉิน ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ เพราะอาจเกิดจากการแท้งไม่ครบ และ/หรือการติดเชื้อ


ดูแลตนเองอย่างไรและควรดูแลไปนานเท่าไรหลังแท้งแล้ว?
          หลังแท้งควรงดทำงานหนัก งดยกของหนัก สังเกตปริมาณเลือดที่ออกจากช่องคลอด ปริมาณของเลือดที่ออกควรลดลง ปวดท้องได้เล็กน้อย งดสวนล้างช่องคลอด งดลงแช่น้ำเพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
          ควรปรึกษากับคู่นอนเรื่องการคุมกำเนิดเพื่อลดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากมีข้อสง สัยควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับเราและกับคู่ของเรา


จะกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้อีกเมื่อไร?
          ควรงดมีเพศสัมพันธ์ และงดสวนล้างช่องคลอดอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังแท้ง หากหลังแท้ง 2 สัปดาห์ยังมีเลือดออกทางช่องคลอด ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ควรเว้นช่วงการตั้งครรภ์อย่างน้อย 2-3 เดือน และควรคุมกำเนิดก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และ ปรึกษาแพทย์/บุคลากรทางการแพทย์ในเรื่องคุมกำเนิดเพื่อให้เหมาะสมกับตนเองและกับคู่นอน (บทบาทของการวางแผนครอบครัว)



วิธีการสั่งซื้อสินค้ายาสอด

3

การสั่งซื้อ
จัดส่งสินค้าแบบ Ems คิดค่าจัดส่ง 60 บาททั่วประเทศ
- โอนเงินเข้าบัญชี โดยโทรสอบถามหมายเลขบัญชีทางโทรศัพท์ (กรุณาโอนเป็นเศษสตางค์เช่น (3600-5100)

096-863-9765 , 094-303-8447
- เมื่อโอนเงินแล้ว โทรแจ้งรายละเอียดการโอนเงินที่เบอร์
- ระบุข้อมูลการโอนเงิน จำนวนเงิน ชื่อ-ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ จำนวนยา ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับแน่นอน
- เมื่อทางเราเช็คยอดเงินเรียบร้อยจะจัดส่งสินค้าให้ในวันรุ่งขึ้นทันที คุณจะได้รับสินค้าไม่เกิน 2 วัน
คุณตัดเรื่องปัญหาการโอนเงินแล้วไม่ได้รับของไปได้เลย เพราะเรายึดถือความซื่อสัตย์กับลูกค้าและต้องการช่วยเหลือคุณแก้ไขปัญหา ด้วยความจริงใจ

--------------------------------------------------------------------


รับปรึกษาปัญหาการตังครรภ์ โดยผู้เชี่ยวชาญ


ยาขับเลือดชนิดต่างๆ

2


ชื่อตัวยา
- Misoprostol 200 mcg
ชื่อทางการค้า
- ยาสอด ยาทำแท้ง ไซโตเทค cytotec ขนาด 200 mcg ของบริษัท Pfizer
- ยาสอด ยาทำแท้ง ไซโตเทค cytotec ขนาด 200 mcg ผลิตโดยบริษัท Pharmacia
- ยาสอด ยาทำแท้ง ไซโตลอค Cytolog ขนาด 200 mcg ผลิตโดยบริษัท Cadila Healthcare Limited





* หมายเหตุ ยาทั้ง 3 บริษัท ผลิตโดยโรงงานที่ได้มาตรฐานเท่าเทียมกันและใช้ได้ผลเหมือนกันทุกประการ (เป็นตัวยา Misoprostol ขนาด 200 mcg เหมือนกัน แต่ต่างกันตรงบริษัทที่ผลิตเท่านั้น)

กลไกการออกฤทธิ์ของยา
- เป็นยากลุ่ม พรอสตาแกลนดินที่มี 20 carbon chain ออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก ทำให้ปากมดลูกเปิดและขับเนื้อเยื่อในโพรงมดลูกออกมา
วิธีการใช้ยา
- ปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อน
- นำยาสอดจุ่มน้ำก่อนแล้วสอดในช่องคลอดโดยใช้นิ้วสอดเข้าไปให้ลึกที่สุดทีเดียวให้หมดทุกเม็ด
* หมายเหตุ การสอดยาควรสอดก่อนเข้านอนเพราะจะทำให้ได้ผลดีที่สุด
อาการจากการใช้ยา

- มดลูกบีบรัดตัว ทำให้ผู้ใช้ยามีอาการปวดท้อง (สามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ )




ยากินทำแท้ง RU486 (Mifepristone)
ชื่อตัวยา
- Mifepristone 200mg
กลไกการออกฤทธิ์ของยา
- เป็นสาร anti progesterone ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสาร progesterone โดยวิธี competitive inhibition ทำการให้ตั้งครรภ์สิ้นสุดลง(โดยจำเป็นต้องใช้ร่วมกันกับ cytotec ชนิดสอดช่องคลอด)
วิธีใช้
- เป็นยากิน  รับประทาน 1 เม็ด หลังรับประทานยาแล้ว 36-48 ชั่วโมง สอด cytotec ทางช่องคลอด ใช้ได้ผลดีในอายุครรภ์ไม่เกิน 2 เดือน
- ชนิด 200mg รับประทาน 1 เม็ดครั้งเดียว (ถ้าเป็นชนิด 25mg ต้องรับประทานถึง 8 เม็ด)


-----------------------------------------------------------------------------

สอบถาม ปรึกษา 

โทร.06-1632-5378,09-7142-5639

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559

WHO แนะนำใช้ยายุติการตั้งครรภ์

1


สธ.เสนอทุกสถานพยาบาลยกเลิกการขูดมดลูก เปลี่ยนเป็นเครื่องดูดมดลูกแทน พร้อมแนะใช้ยายุติการตั้งครรภ์ตามที่ WHO แนะนำ หวังลดปัญหาทำแท้งไม่ปลอดภัย ชี้ ร่าง พ.ร.บ.อนามัยการเจริญพันธุ์ ช่วยส่งเสริมการจัดบริการป้องกันท้องไม่พร้อมและทำแท้งอย่างปลอดภัย เล็งเปลี่ยนทัศนคติผู้ให้บริการไม่มอง “นางสาว” มาคุมกำเนิดในแง่ลบ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการคุมกำเนิด
 
             23 ม.ค.2555 ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวระหว่างการประชุมนานาชาติ “สุขภาพสตรีและการทำแท้งไม่ปลอดภัย” - IWAC 2013 ซึ่งจัดโดยมูลนิธิเพื่อสุขภาพและสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรี (แห่งประเทศไทย) ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ปัจจุบัน ผู้หญิงไทยในวัยเจริญพันธุ์ (15-49 ปี) ซึ่งมีจำนวนมากถึง 16 ล้านคน หรือ 1 ใน 4 ของประเทศ ยังคงมีปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม สาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.ถูกล่วงละเมิดทางเพศจากคนใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และ 2.การเข้าไม่ถึงบริการคุมกำเนิด ซึ่งเป็นเรื่องของทัศนคติที่มองว่าผู้หญิงที่รู้จักการป้องกันตนเองเป็นคนใจแตก ที่เห็นได้ชัดคือผู้หญิงวัยทำงานที่ยังใช้คำนำหน้าว่า “นางสาว” หรือยังไม่มีสามี เมื่อมาขอใช้บริการคุมกำเนิดตามสถานพยาบาล เช่น ใส่ห่วง หรือฉีดยา ผู้ให้บริการมักมองว่ามีความประพฤติที่ไม่เหมาะสม

             “นอกจากนี้ ผู้หญิงไทยยังมีปัญหาเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัยด้วย ทั้งการขูดมดลูกซึ่งมีอัตราการตาย การตกเลือด และการติดเชื้อสูง รวมไปถึงความล่าช้าของการดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายอาญามาตรา 305 และข้อบังคับแพทยสภาที่กำหนดเงื่อนไข ว่า หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือตั้งครรภ์ไม่พร้อมอันเนื่องจากการล่วงละเมิดทางเพศ และการตั้งครรภ์ที่มีผลต่อสุขภาพกายและใจของแม่ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้เลยนั้น ส่งผลให้มีหญิงตั้งครรภ์จำนวนมากหันไปทำแท้งเถื่อนแทน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาด้วยตัวเองที่ไม่ถูกต้องและไม่ปลอดภัย เป็นผลให้เกิดปัญหาสุขภาพกาย จิตใจ ครอบครัว และสังคมตามมาอีกมากมาย

             การจัดประชุมในครั้งนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมหรือไม่พึงประสงค์ และการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย เพื่อส่งเสริมวิชาการและกระตุ้นความตระหนักของสังคมไทยและทั่วโลกในการดูแลสุขภาพผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ และสร้างภาคีเครือข่ายระดับนานาชาติในการร่วมกันแก้ไขปัญหา สำหรับประเทศไทยมีแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวเบื้องต้น คือ 1.เสนอให้ทุกสถานพยาบาลดำเนินการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยตามวิธีที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ คือ ยกเลิกการขูดมดลูก โดยให้หันมาใช้เครื่องดูดมดลูกแทน และให้ใช้ยา Mifepristone และ Misoprostol ในการยุติการตั้งครรภ์กรณีที่อายุครรภ์น้อยกว่า 63 วัน หรือ 9 สัปดาห์ ซึ่งเป็นยาที่องค์การอนามัยโลกได้บรรจุลงในบัญชียาหลัก อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ให้แต่ละประเทศขึ้นทะเบียนยาทั้งสองตัวนี้ไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้มีการทำแท้งอย่างเสรี แต่ต้องเป็นการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยตามกฎหมายของแต่ละประเทศกำหนดสูตรยาทำแท้งขององค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับการตั้งครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ คือ กิน RU486 200 mg อีก 36-48 ชั่วโมง กิน ไซโตเทค(Cytotec) 400mcg หรือเหน็บยาไซโตเทค (Cytotec) 800 mcg  2.ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนแพทย์และพยาบาลให้มีความเข้าใจการบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยตามหลักกฎหมายมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการใช้เครื่องดูดมดลูกและยายุติการตั้งครรภ์ที่ถูกต้องปลอดภัย รวมถึงการปรับเปลี่ยนทัศนคติและเปิดให้คำปรึกษาการวางแผนครอบครัว การคุมกำเนิด และการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย

             อย่างไรก็ตาม หากร่าง พ.ร.บ.อนามัยการเจริญพันธุ์ มีผลบังคับใช้จะช่วยให้ทุกภาคส่วนจัดบริการการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมและการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยได้เข้มแข็งขึ้น เช่น การส่งเสริมการมีลูกเมื่อพร้อม การเข้าถึงการวางแผนครอบครัว การให้ความรู้ด้านเพศศึกษาแก่เด็กตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียน และชุมชน การรู้จักปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนต่างเพศ การรู้จักปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ การป้องกันหรือการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย รวมไปถึงพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขและพัฒนาบุคลากรให้รู้เท่าทันเทคโนโลยีการคุมกำเนิด การยุติการตั้งครรภ์ เพิ่มทักษะการให้คำปรึกษา ซึ่งตรงนี้อาจช่วยเปลี่ยนใจให้คนอยากทำแท้งเลิกทำแท้งได้ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้มีการจัดบริการด้านสังคมด้วย เช่น การเปิดให้ศึกษาต่อ เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ที่ไปทำแท้งเพราะต้องการที่จะเรียนต่อ จึงจะมีการเปิดโอกาสตรงนี้ด้วย

อนึ่ง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้คาดประมาณไว้ว่าทั่วโลกมีผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับปัญหาการทำแท้งปีละประมาณ 20 ล้านคน แต่ละปีมีผู้หญิงต้องเสียชีวิตจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยประมาณ 80,000 คน หรือตกชั่วโมงละ 9 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 95 อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทย ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2-3 แสนราย ขณะที่การป่วยและตายจากการแท้งที่ไม่ปลอดภัยและค่ารักษาพยาบาลของประเทศไทย เมื่อปี 2554 พบว่า แท้งสูงถึง 30,389 ราย ตาย 4 ราย ใช้ค่ารักษาพยาบาลกว่า 154 ล้านบาท

สาเหตุของการทำแท้งผิดกฏหมาย

1



      ถึงแม้การตั้งครรภ์จะเป็นเรื่องของธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายก็ตาม สำหรับมนุษย์นั้นมีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่จงใจ ตั้งใจ หรือมีแผนการจะให้ตั้งครรภ์เพื่อจะได้ลูกไว้สืบตระกูล นอกนั้นเป็นการตั้งครรภ์โดยบังเอิญ แบบที่เรียกว่ามีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ที่ร้ายแรงและเป็นปัญหาที่สุด ได้แก่การตั้งครรภ์ในคนที่ไม่ต้องการลูก กลุ่มที่ตั้งครรภ์โดยบังเอิญนี้ นอกจากจะไม่ยอมรับการตั้งครรภ์แล้ว ยังพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง

         ปฏิกิริยาที่เกิดกับผู้ตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจเกิดได้หลายแบบอย่างด้วยกัน บางคนเมื่อประจำเดือนเกินกำหนดก็กินยาชุดขับประจำเดือน ความจริงยาขับประจำเดือนจะได้ผลก็ต่อเมื่อหญิงผู้นั้นมิได้ตั้งครรภ์เท่านั้น ถ้าตั้งครรภ์จริง แม้จะรับประทานยานี้หลายๆ ชุดก็มักจะไม่ได้ผล บางคนนำปัสสาวะไปตรวจ เพื่อทดสอบการตั้งครรภ์ บางคนเพียงแต่เล่าอาการให้เพื่อนๆ ฟัง บางคนก็รอจนท้องโตคลำมดลูกได้ทางหน้าท้อง รายที่น่าระอาที่สุด คือรายที่ปล่อยตัวไว้จนรู้สึกเด็กดิ้นจึงรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์

         เมื่อทราบแน่ชัดว่าตนเองตั้งครรภ์ บางคนจะปรึกษาแพทย์ตามโรงพยาบาลหรือคลินิก เพื่อขอให้แพทย์ทำแท้งให้ ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับการปฏิเสธ นอกจากจะปฏิเสธการทำแท้งแล้ว แพทย์มักจะอธิบายชี้แนะให้ตระหนักถึงอันตรายของการทำแท้ง เนื่องจากผู้ตั้งครรภ์และผู้เกี่ยวข้องคิดว่า ผลเสียของการตั้งครรภ์มีมากกว่าอันตรายจากการทำแท้ง ในที่สุดจึงเลือกสถานที่ลักลอบทำแท้งที่มีอยู่มากมายทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด สถานที่ดังกล่าวนี้มักจะอยู่ลึกลับไม่เปิดเผยหรือไม่ก็อาศัยการทำคลินิกบังหน้า ราคาค่าบริการก็แตกต่างกัน แทบทุกแห่งอาจจะต่อรองราคากันได้

          สาเหตุของการทำแท้งเท่าที่รวบรวม พอจะแบ่งออกเป็น2 กลุ่ม คือ หญิงโสด กับ หญิงที่แต่งงานแล้ว

- หญิงโสดมักจะทำแท้งเนื่องจากตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน และมีอุปสรรคขัดข้องทำให้ไม่สามารถแต่งงานกับชายที่เป็นบิดาของเด็กได้ อาจเป็นเพราะทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังเป็นนักเรียน ฝ่ายชายไม่ยอมรับ พ่อแม่ไม่ยอมรับ บางรายก็ขัดกับอาชีพ เช่น อาชีพหญิงบำเรอ หญิงบริการอาบอบนวด พาร์ตเนอร์ตามไนต์คลับหรือสถานเริงรมย์ เป็นต้น

- สำหรับหญิงที่แต่งงานแล้วอ้างเหตุผลหลายประการ ประการที่สำคัญที่สุดคือ ปัญหาทางเศรษฐกิจ รายได้ไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูบุตร ประการที่สอง เกี่ยวกับความไม่พร้อมที่จะมีบุตรหรือมีบุตรมากเกินไป เท่าที่พบเห็นมักจะทั้งสองอย่างประกอบกัน คือ ทั้งยากจนและมีบุตรมากอาศัยอยู่ตามชุมชนแออัด ประการที่สามคือ ความแตกร้าวภายในครอบครัว เช่น มีสามีที่ขาดความรับผิดชอบ เป็นภรรยาน้อย หรือภรรยาลับ เลิกกับสามี ฯลฯ นอกนั้นเป็นเหตุผลย่อย เช่น ขัดต่ออาชีพของนักร้องนักแสดง หญิงบริการ บางคนกลัวการคลอดเพราะเคยคลอดยากมาก่อนก็มี
 

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559

การทำแท้งหมายถึง ?

3



             การแท้ง หมายถึงการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ก่อนที่เด็กจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นอกครรภ์มารดาเท่าที่องค์การอนามัยโลกใช้กันมาแต่เดิม ถือเอาการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กยังหนักไม่ถึง 1,000 กรัม

ในระยะหลังนี้ประเทศที่พัฒนาแล้วมีความก้าวหน้าทางการแพทย์มาก จนสามารถจะเลี้ยงดูเด็กที่น้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่า 1,000 กรัม ให้รอดชีวิตได้เป็นส่วนใหญ่ ประเทศเหล่านั้นจึงเปลี่ยนนิยามของการแท้งใหม่ โดยถือว่าการแท้งเป็นการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ เมื่ออายุครรภ์ต่ำกว่า 20 สัปดาห์ หรือเมื่อเด็กมีน้ำหนักต่ำกว่า 500 กรัม สำหรับในประเทศไทยยังไม่ก้าวหน้าถึงเพียงนั้น จึงยังคงใช้คำนิยามเดิมไปก่อน

ประเภทการแท้ง
1. การแท้งเอง หมายถึงการแท้งที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่จงใจจะให้ เกิดการแท้ง ถือเป็นความล้มเหลวของการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ สาเหตุของการแท้งเองอาจจะเกิดได้จาก
1.1 ความบกพร่องของไข่ที่ผสมแล้ว หรือตัวอ่อน พวกนี้จะแท้งตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ใหม่ๆ ไปจนถึงอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์
1.2 ความบกพร่องทางด้านมารดา เช่น มดลูกพิการ ปากมดลูกปิดไม่ดี โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคไต โรคเลือด การแท้งจากสาเหตุนี้จะเกิดขึ้นเมื่ออายุครรภ์มากเกิน 12 สัปดาห์ขึ้นไป
จากการสำรวจผู้ป่วยแท้งเอง แพทย์ยังไม่พบสาเหตุชัดเจน สำหรับตัวผู้ป่วยเองนั้น มักจะคิดว่าการกระทบกระเทือนเป็นสาเหตุของการแท้ง
จากสถิติทางการแพทย์พบว่า การแท้งเองเกิดขึ้นร้อยละ 10 ของการตั้งครรภ์ หมายถึงว่า การตั้งครรภ์ 10 ครั้งจะเกิดการแท้งเอง 1 ครั้ง แต่ผู้เขียนคิดว่าตัวเลขที่แท้จริงน่าจะมากกว่านี้ ทั้งนี้เนื่องจากการแท้งเองในระยะที่พึ่งเริ่มตั้งครรภ์ใหม่ๆ อาจเกิดขึ้นโดยผู้ตั้งครรภ์ไม่ทราบว่าตนเองแท้ง อาจคิดว่ามีประจำเดือนล่าช้ากว่ากำหนดก็ได้

2. การทำแท้ง หมายถึง กระทำเพื่อให้เกิดการแท้ง แบ่งเป็น
2.1. การทำแท้งเพื่อการรักษา หมายถึงการทำแท้งในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ กฎหมาย ระบุไว้ชัดเจนว่า แพทย์สามารถจะทำแท้งได้ในกรณีต่อไปนี้
(1) เมื่อพิจารณาเห็นว่าหากปล่อยให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปจะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตสุขภาพของมารดา เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคเลือด โรคไตบางชนิด
(2) มารดาที่เป็นโรคจิตอยู่ก่อนการตั้งครรภ์ หรือเป็นโรคจิตขณะตั้งครรภ์
(3) การตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นจากการข่มขืนกระทำชำเราในผู้เยาว์ต่ำกว่า 15 ปี

2.2. การทำแท้งที่ผิดกฎหมาย
          การลักลอบทำแท้งที่ผิดกฎหมายมีอุบัติการณ์สูงมาก เท่าที่เผยแพร่ตัวเลขเพื่อประกอบการพิจารณาแก้ไขกฎหมายทำแท้งในปี พ.ศ. 2542 นั้น อ้างว่ามีการทำแท้งทั่วประเทศปีละระหว่าง 200,000-400,000 ราย ตัวเลขนี้ผู้ที่คัดค้านการแก้กฎหมายทำแท้งให้ความเห็นว่ามากเกินความเป็นจริง แต่สำหรับผู้สนับสนุนให้แก้กฎหมายกลับคิดว่าเป็นตัวเลขที่น้อยไปด้วยซ้ำ